top of page
ค้นหา

ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) คืออะไร? ตัวชี้วัดความมั่งคั่งแท้จริงของกิจการ

  • zcothadmin
  • 29 ก.ค. 2568
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 30 ก.ค. 2568



ความหมายของ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)


ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) คือ ตัวชี้วัดทางการเงินที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของกิจการโดยดูจาก กำไรทางเศรษฐกิจ (Economic Profit) ที่เหลืออยู่หลังจากที่หัก ต้นทุนของเงินทุนทั้งหมด (Cost of Capital) ทั้งจากหนี้สินและทุนแล้ว

พูดง่ายๆ คือ หากบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าต้นทุนของเงินทุนทั้งหมดได้ แสดงว่ากิจการนั้น สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น (Shareholder Value Creation) แต่ถ้าไม่ ก็เท่ากับว่ากิจการ "ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียโอกาส"

สูตรการคำนวณ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)

EVA=NOPAT−(Capital Employed×WACC)\textbf{EVA} = \textbf{NOPAT} - (\textbf{Capital Employed} \times \textbf{WACC})EVA=NOPAT−(Capital Employed×WACC)

โดยที่:

  • NOPAT (Net Operating Profit After Taxes) = กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี

  • Capital Employed = เงินทุนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

  • WACC (Weighted Average Cost of Capital) = ต้นทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเงินทุน



ความสำคัญของ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)


1. วัดความสามารถที่แท้จริงในการสร้างมูลค่า

ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) ไม่ได้ดูแค่กำไรสุทธิแบบบัญชี แต่จะคำนึงถึงว่า "ผลตอบแทนที่ได้ คุ้มกับต้นทุนของเงินทุนหรือไม่" ทำให้เป็นตัวชี้วัดที่แม่นยำกว่า ROA หรือ ROE ในการบ่งบอกความสามารถของบริษัทในการสร้างผลตอบแทนให้กับเจ้าของทุน

2. ใช้ในการประเมินกลยุทธ์ระยะยาว

บริษัทที่สร้าง EVA ได้อย่างสม่ำเสมอ มักสะท้อนว่า มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน และมีวินัยในการใช้เงินทุน จึงสามารถนำไปใช้วิเคราะห์กลยุทธ์การเติบโต และความยั่งยืนของกิจการได้อย่างดี

3. ส่งเสริมการบริหารที่เน้นผู้ถือหุ้นเป็นศูนย์กลาง

องค์กรขนาดใหญ่และบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งใช้ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) เป็นเกณฑ์ในการประเมินผลผู้บริหารระดับสูง เพราะเป็นการวัดว่า ผู้บริหารสามารถสร้าง "กำไรทางเศรษฐกิจ" ได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงแค่การทำรายได้หรือกำไรทางบัญชีให้สูง

4. ใช้ในการวิเคราะห์และเปรียบเทียบบริษัท

นักลงทุนมืออาชีพ เช่น กองทุนรวม หรือบริษัทหลักทรัพย์ มักใช้ EVA เปรียบเทียบบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อดูว่าใคร "สร้างมูลค่า" ได้มากกว่าใคร และใครเพียงแค่ “เติบโตบนต้นทุนที่สูงเกินไป”



ตัวอย่างการใช้งาน ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)


ตัวอย่างที่ 1: ประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท

สมมติว่าบริษัท ABC มี:

  • NOPAT = 300 ล้านบาท

  • Capital Employed = 2,000 ล้านบาท

  • WACC = 10%

EVA = 300 - (2,000 × 0.10) = 300 - 200 = 100 ล้านบาท

แสดงว่า บริษัท ABC สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงการบริหารที่มีประสิทธิภาพในการใช้ทุนสร้างผลตอบแทนสูงกว่าต้นทุนเงินทุน


ตัวอย่างที่ 2: เปรียบเทียบบริษัท A และ B

  • บริษัท A มี NOPAT 500 ล้านบาท และใช้ทุน 3,000 ล้านบาท

  • บริษัท B มี NOPAT 400 ล้านบาท และใช้ทุนเพียง 1,500 ล้านบาท

  • สมมติ WACC เท่ากันที่ 10%

  • EVA A = 500 - (3,000 × 0.10) = 200 ล้านบาท

  • EVA B = 400 - (1,500 × 0.10) = 250 ล้านบาท

แม้บริษัท A มีกำไรสูงกว่า แต่บริษัท B สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าในเชิงเศรษฐกิจ เพราะใช้เงินทุนน้อยกว่าแต่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า


ข้อดีของ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)

  • สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ที่กิจการสร้างได้หลังจากคำนึงถึงต้นทุนเงินทุนแล้ว

  • ลดโอกาสการตัดสินใจที่ผิดพลาด เช่น การลงทุนในโครงการที่ดูเหมือนสร้างกำไร แต่จริงๆ แล้วไม่คุ้มกับต้นทุนทุน

  • เชื่อมโยงกับความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นโดยตรง

  • เหมาะสำหรับใช้วัดผลผู้บริหาร ที่มีเป้าหมายด้านการสร้างมูลค่าองค์กรในระยะยาว


ข้อจำกัดของ ECONOMIC VALUE ADDED (EVA)

  • ต้องปรับปรุงข้อมูลบัญชีหลายรายการ เช่น ต้องปรับ NOPAT ให้สะท้อนผลประกอบการจริง ซึ่งอาจซับซ้อนและใช้เวลา

  • ไม่เหมาะกับธุรกิจที่อยู่ในช่วงเริ่มต้น หรือยังไม่มีผลกำไรแน่นอน เพราะอาจประเมินค่า EVA ได้ต่ำหรือเป็นลบ

  • ต้องการข้อมูลเชิงลึกด้านการเงิน และสมมติฐานที่แม่นยำ เช่น การคำนวณ WACC

  • ใช้ยากในธุรกิจที่มีรายได้ไม่แน่นอนหรือผันผวนมาก


สรุป


ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกที่ใช้วัดความสามารถของกิจการในการสร้าง "กำไรทางเศรษฐกิจ" ที่แท้จริง โดยหักต้นทุนของเงินทุนออกจากผลตอบแทนจากการดำเนินงาน

หากกิจการมี EVA เป็นบวก แสดงว่าองค์กรสร้างมูลค่าเพิ่มจากเงินทุนของผู้ถือหุ้นหากเป็นลบ แปลว่าองค์กรยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอ

ดังนั้น ECONOMIC VALUE ADDED (EVA) จึงเหมาะกับ:

  • นักลงทุนที่เน้นการลงทุนในกิจการที่ "สร้างคุณค่าจริง"

  • บริษัทที่ต้องการบริหารโดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน

  • ผู้บริหารที่ต้องการใช้เครื่องมือประเมินผลตอบแทนอย่างแท้จริง



#ECONOMICVALUEADDEDคืออะไร

#EVAคือ

#วิธีคำนวณEVA

#EVAกับDCFต่างกันอย่างไร

#การประเมินมูลค่าธุรกิจด้วยEVA

#EVAเหมาะกับธุรกิจแบบไหน

#EVAกับROIต่างกันยังไง

#Economicprofitคืออะไร

#ตัวอย่างEVAง่ายๆ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page